ชิลเลอร์ (Chiller) คืออะไร? คู่มือครบวงจรเกี่ยวกับระบบชิลเลอร์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อาคาร และระบบทำความเย็น
ชิลเลอร์ (Chiller) คืออะไร

ชิลเลอร์ (Chiller) หรือเครื่องทำน้ำเย็น เป็นระบบทำความเย็นที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำเย็นหรือสารหล่อเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าสภาพแวดล้อม เพื่อนำไปใช้ควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิต ระบบปรับอากาศ ห้องเย็น โรงงานอาหาร โรงงานยา โรงงานเคมี โรงงานพลาสติก โรงพิมพ์ และอุตสาหกรรมต่างๆ
ปัจจุบันชิลเลอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมหลายประเภท เนื่องจากกระบวนการผลิตจำนวนมากจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลา หากอุณหภูมิสูงเกินไปอาจส่งผลให้คุณภาพสินค้าเสียหาย ประสิทธิภาพการผลิตลดลง หรือทำให้เครื่องจักรเกิดความเสียหายได้
ระบบชิลเลอร์จึงถูกออกแบบมาเพื่อดึงความร้อนออกจากน้ำหรือของเหลว แล้วส่งน้ำเย็นไปยังจุดใช้งานต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
หลักการทำงานของชิลเลอร์
ชิลเลอร์ทำงานโดยอาศัยวงจรสารทำความเย็น (Refrigeration Cycle) ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และห้องเย็น
อุปกรณ์หลักประกอบด้วย
1. คอมเพรสเซอร์ (Compressor)
เป็นหัวใจหลักของระบบชิลเลอร์ ทำหน้าที่อัดสารทำความเย็นให้มีความดันและอุณหภูมิสูง
ประเภทที่นิยม
- Scroll Compressor
- Screw Compressor
- Semi Hermetic Compressor
- Centrifugal Compressor
2. คอนเดนเซอร์ (Condenser)
ทำหน้าที่ระบายความร้อนของสารทำความเย็น
แบ่งออกเป็น
Air Cooled Condenser
ระบายความร้อนด้วยอากาศ
Water Cooled Condenser
ระบายความร้อนด้วยน้ำผ่าน Cooling Tower
3. วาล์วลดความดัน (Expansion Valve)
ลดความดันของสารทำความเย็นก่อนเข้าสู่เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
4. อีวาพอเรเตอร์ (Evaporator)
ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนจากน้ำ
เมื่อความร้อนถูกดึงออกจากน้ำ น้ำจะมีอุณหภูมิลดลงกลายเป็นน้ำเย็นสำหรับใช้งาน
ชิลเลอร์มีกี่ประเภท
Air Cooled Chiller

ชิลเลอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศ
เหมาะสำหรับ
- โรงงานขนาดเล็ก
- โรงงานขนาดกลาง
- อาคารสำนักงาน
- โรงงานที่ไม่มี Cooling Tower
ข้อดี
- ติดตั้งง่าย
- ไม่ต้องมี Cooling Tower
- ดูแลรักษาง่าย
- ค่าใช้จ่ายติดตั้งต่ำ
ข้อเสีย
- ใช้ไฟฟ้ามากกว่า
- ประสิทธิภาพลดลงในช่วงอากาศร้อน
Water Cooled Chiller
ชิลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ
เหมาะสำหรับ
- โรงงานขนาดใหญ่
- อาคารสูง
- ระบบที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อดี
- ประหยัดพลังงานกว่า
- ค่า COP สูง
- อายุการใช้งานยาวนาน
ข้อเสีย
- ต้องใช้ Cooling Tower
- ต้องมีระบบปั๊มน้ำ
- ค่าติดตั้งสูงกว่า
Air Cooled Chiller กับ Water Cooled Chiller ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | Air Cooled | Water Cooled |
|---|---|---|
| การระบายความร้อน | ใช้อากาศ | ใช้น้ำ |
| Cooling Tower | ไม่ต้องใช้ | ต้องใช้ |
| ค่าติดตั้ง | ต่ำกว่า | สูงกว่า |
| ค่าไฟฟ้า | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
| การบำรุงรักษา | ง่าย | ซับซ้อนกว่า |
| อายุการใช้งาน | ปานกลาง | ยาวนานกว่า |
| ประสิทธิภาพ | ดี | ดีมาก |
ชิลเลอร์ใช้ในอุตสาหกรรมอะไรบ้าง

โรงงานพลาสติก
- เครื่องฉีดพลาสติก
- เครื่องเป่าพลาสติก
- Extruder
- Mold Cooling
โรงงานอาหาร
- น้ำผลไม้
- นม
- เบเกอรี่
- อาหารแช่แข็ง
- เครื่องดื่ม
โรงงานยา
- ห้องสะอาด
- เครื่องจักรผลิตยา
- ห้องควบคุมอุณหภูมิ
โรงงานเคมี
- Reactor
- Mixing Tank
- Chemical Process
โรงพิมพ์
- Offset Printing
- UV Printing
- Ink Cooling
ระบบปรับอากาศ
- AHU
- FCU
- อาคารสำนักงาน
- โรงแรม
- โรงพยาบาล
ชิลเลอร์ใช้ไฟเท่าไร
โดยประมาณ
ชิลเลอร์ 5 ตัน
ใช้ไฟ 4-6 kW
ชิลเลอร์ 10 ตัน
ใช้ไฟ 8-12 kW
ชิลเลอร์ 20 ตัน
ใช้ไฟ 15-25 kW
ชิลเลอร์ 30 ตัน
ใช้ไฟ 22-35 kW
ชิลเลอร์ 50 ตัน
ใช้ไฟ 35-55 kW
ชิลเลอร์ 100 ตัน
ใช้ไฟ 70-100 kW
ค่าไฟจริงขึ้นอยู่กับ
- อุณหภูมิน้ำเย็น
- อุณหภูมิภายนอก
- ประสิทธิภาพคอมเพรสเซอร์
- ชั่วโมงการใช้งาน
วิธีคำนวณขนาดชิลเลอร์
การเลือกชิลเลอร์ที่ถูกต้องต้องคำนวณภาระความร้อน (Heat Load)
ปัจจัยที่ต้องทราบ
- ปริมาณการผลิต
- อุณหภูมิก่อนและหลังทำความเย็น
- อัตราการไหลของน้ำ
- อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม
หากเลือกเล็กเกินไป
- เครื่องทำงานหนัก
- กินไฟมาก
- อายุการใช้งานสั้น
หากเลือกใหญ่เกินไป
- ลงทุนสูง
- ประสิทธิภาพต่ำ
COP ของชิลเลอร์คืออะไร
COP (Coefficient of Performance)
คือค่าประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
ยิ่ง COP สูง
ยิ่งประหยัดไฟ
ตัวอย่าง
- COP 2.5 = ประสิทธิภาพต่ำ
- COP 3.5 = มาตรฐาน
- COP 4.5 = ประสิทธิภาพสูง
- COP 5.5 ขึ้นไป = ประหยัดพลังงานมาก
สารทำความเย็นที่นิยมใช้ในชิลเลอร์
- R134a
- R407C
- R410A
- R404A
- R507
- R1234ze
- R32
- Ammonia (NH3)
แต่ละชนิดมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันตามอุณหภูมิใช้งานและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
อายุการใช้งานของชิลเลอร์
โดยทั่วไป
- 10-15 ปี สำหรับเครื่องทั่วไป
- 15-20 ปี สำหรับเครื่องคุณภาพสูง
- มากกว่า 20 ปี หากบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง
การบำรุงรักษาชิลเลอร์
ควรตรวจสอบเป็นประจำ
- ล้างคอยล์คอนเดนเซอร์
- ตรวจแรงดันน้ำยา
- ตรวจปั๊มน้ำ
- ตรวจคุณภาพน้ำ
- ตรวจตู้ควบคุมไฟฟ้า
- ตรวจค่า COP
- ตรวจอุณหภูมิน้ำเข้าออก
การบำรุงรักษาที่ดีช่วยลดค่าไฟได้ 10-30%
ราคาชิลเลอร์เท่าไร
ราคาขึ้นอยู่กับ
- ขนาดเครื่อง
- ชนิดคอมเพรสเซอร์
- Air Cooled หรือ Water Cooled
- ยี่ห้อ
- อุปกรณ์เสริม
ราคาโดยประมาณ
- 5 TR : 120,000 – 250,000 บาท
- 10 TR : 180,000 – 400,000 บาท
- 20 TR : 300,000 – 600,000 บาท
- 30 TR : 450,000 – 900,000 บาท
- 50 TR : 700,000 – 1,500,000 บาท
- 100 TR ขึ้นไป : สอบถามตามสเปก
วิธีเลือกผู้จำหน่ายชิลเลอร์
ควรพิจารณา
- มีประสบการณ์ด้านระบบทำความเย็น
- มีทีมวิศวกร
- มีบริการหลังการขาย
- มีอะไหล่พร้อม
- รับประกันสินค้า
- สามารถออกแบบระบบครบวงจร
สรุป
ชิลเลอร์เป็นระบบทำความเย็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโรงงานอุตสาหกรรม อาคาร และกระบวนการผลิตสมัยใหม่ การเลือกชิลเลอร์ที่เหมาะสมจะช่วยลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มคุณภาพสินค้า และยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
KATO ให้บริการจำหน่าย ออกแบบ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาระบบชิลเลอร์ Air Cooled Chiller, Water Cooled Chiller, ระบบ Cooling Tower, ห้องเย็น, AHU, FCU และระบบทำความเย็นอุตสาหกรรมทั่วประเทศไทย พร้อมบริการหลังการขายและทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
ดูสินค้า ชิลเลอร์ขนาดเล็กทั้งหมด https://kato.in.th/product-category/ชิลเลอร์ขนาดเล็ก/
ดูสินค้า ชิลเลอร์ทุกขนาด https://kato.in.th/product-category/ชิลเลอร์/



